พาเที่ยวShanghai Disney Resort ตอนที่ 1/7 (เสริม!….รู้จักโซนต่างๆกันก่อน)

ความเดิมจากตอนที่แล้ว…. แนะนำการเดินทางมายัง Shanghai Disneyland และเมื่อมาถึงแล้ว ก็เตรียมตั๋วเข้าปาร์กและเดินผ่านเข้ามาภายในอาณาเขตของ Happiness Place แห่งนี้กัน !!!!

แต่ก่อนอื่น ผมขอคั่นจังหวะด้วยการแนะนำโซนต่างๆภายใน Shanghai Disneyland ให้รู้จักกันอย่างคร่าวๆก่อนดีกว่าครับ

ปัจจุบัน Shanghai Disneyland มีโซนต่างๆภายในปาร์กทั้งหมด 6 โซนด้วยกัน ได้แก่
1. Mickey Avenue
2. Gardens of Imagination
3. Tomorrowland
4. Fantasyland
5. Treasure Cove
6. Adventure Isle

โดยโซนต่างๆจะอยู่ล้อมรอบตัวปราสาท Enchanted Castle ตรงกลางตามแบบของ Disneyland ทั่วโลกครับ   เอาล่ะ คราวนี้เรามาดูแบบลึกเข้าไปอีกนิดกับแต่ละโซนกันเลยดีกว่า


“Mickey Avenue” โซนนี้เปรียบเสมือนเป็นด่านหน้าของดีสนีย์แลนด์เลยก็ว่าได้ ประกอบไปด้วยร้านค้า ร้านของกิน รวมไปถึงจุดบริการต่างๆที่สำคัญ ซึ่งจะว่าไปแล้ว ด่านนี้ก็คือโซน Main Street ในดีสนีย์แลนด์ที่อื่นๆนั่นเอง แต่ของที่นี่ปรับรูปแบบโดยเน้นความสำคัญให้ Mickey Mouse เป็นพระเอกเต็มที่ คงเป็นนัยของการแนะนำตัวละครมิคกี้ซึ่งเป็นตัวละครตัวแรกที่ทำให้ใครต่อใครรู้จัก Disney ก่อนตัวละครอื่นๆที่ตามมา
ความโดดเด่นของที่นี่ก็คือส่วนหน้าทางเข้านี่ล่ะครับ เพราะทำเป็นซุ้มประตูให้เดินลอดผ่านเข้าไป เปรียบเสมือนกับการเดินออกจากโลกปัจจุบันเข้าสู่โลกของDisney แถมยังมีหอคอยขนาดย่อมๆที่มีสัญลักษณ์นาฬิกา Mickey Mouse อันโดดเด่นปรากฏอยู่ด้วย

 

“Gardens of Imagination” เป็นพื้นที่อันกว้างใหญ่ที่อยู่บริเวณด้านหน้าปราสาท Enchanted แถมยังแตกต่างจาก Disney Parks แห่งอื่นๆที่เป็นเพียงพื้นที่ส่วนกลางเท่านั้น แต่ของอันนี้ถือเป็นโซนๆหนึ่งเลย โดยมีบึงน้ำเล็กๆประกอบอยู่ในพื้นที่ด้านหน้าด้วย ทำให้ได้ทัศนียภาพหน้าปราสาทสวยๆที่ไม่เหมือนใคร ไม่ใช่แค่นี้นะจ๊า เพราะเค้ามีทั้งเรือนน้ำชา (Tea House) และสวนขนาดย่อมๆเอาไว้ให้นั่งปิกนิกกันได้ด้วย รวมถึงพื้นที่ที่ตกแต่งโดยนำเสนอความเป็นจีนออกมาด้วย
และความที่เป็นพื้นที่สวนโล่งๆ ทำให้เราสามารถยืนชมการแสดงโชว์ยามค่ำคืนจากมุมไหนก็ได้ไม่ยากนัก

 


“Tomorrowland” ดินแดนแห่งโลกอนาคตที่นี่ ทาง Shanghai Disneyland มีการตีโจทย์ออกมาใหม่ให้แตกต่างจาก Tomorrowland ที่ผ่านมาเลยครับ อย่างแรกเลยก็คือตำแหน่งที่ตั้ง ซึ่งปกตินั้นโซน Tomorrowland ใน DisneyParks ที่ต่างๆมักจะตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้อยู่เสมอ แต่ของที่นี่กลับอยู่ทางทิศตะวันตกซะอย่างงั้น แถมยังไม่มีเครื่องเล่นไฮไลท์ประจำโซนอย่าง Space Mountain เสียด้วย !
แต่กลับเน้นที่เครื่องเล่นจากธีมของภาพยนตร์เรื่อง “Tron” ภาพยนตร์ไซไฟในตำนานของดีสนีย์ ในปี82 และก็ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาทำภาคต่อเมื่อปี 2010 และดีสนีย์ก็วางแผนสร้างภาคต่อในเร็วๆนี้ จึงมั่นใจได้ว่าธีมนี้อยู่ได้อีกนานเลย
เครื่องเล่นตัวไฮไลท์ประจำโซนที่ว่านี้ ก็คือ “Tron Lightcycle Powe Run” ครับ รูปแบบเป็นรถไฟเหาะเหมือนกับ Space Mountain เพียงแต่ว่าเปลี่ยนจากการนั่งบนที่นั่งแบบยานมาเป็นการขี่มอเตอร์ไซด์ที่มีรูปลักษณ์แบบในหนัง แถมยังเป็นที่เดี่ยวๆเป็นส่วนตัวไม่ต้องไปเบียดกับใครด้วย แต่ไม่ใช่ว่าโซนนี้จะมีแต่ธีม Tron เท่านั้น ยังมีเครื่องเล่นอื่นๆตามรูปแบบของ Disney อยู่เหมือนกันนะ

 

 

 


“Fantasyland” โซนแห่งเทพนิยายที่มีขนาดใหญ่ไม่ใช่เล่น ครองพื้นที่ส่วนด้านหลังปราสาท Enchanted เอาไว้เกือบทั้งหมด และเต็มไปด้วยเครื่องเล่นแนวแฟนตาซีมากมาย บางตัวก็สร้างขึ้นมาใหม่เลย หรือไม่ก็เป็นตัวแรกในดีสนีย์ปาร์กบนฝั่งเอเชียเลย

 

 

 


“Treasure Cove” อีกหนึ่งในโซนใหม่ของอาณาจักรดีสนีย์ที่ใช้ธีมของโลกโจรสลัดเต็มตัว ไม่ใช่เพียงแค่ส่วนหนึ่งของ Adventureland แบบที่ผ่านมา แน่นอนว่าเครื่องเล่นพระเอกของที่นี่ก็คือ “Pirates of the Caribbean-Battle for the Sunken Treasure” ที่สร้างขึ้นมาในเวอร์ชันใหม่เน้นไปที่เนื้อหาในหนังภาคที่ 3 ที่มีเรื่องราวของโจรสลัดฝั่งจีนมารวมอยู่ด้วย เป็นอีกหนึ่งเครื่องเล่นที่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว
นอกเหนือจากตัวเครื่องเล่นแล้วก็ยังมีการแสดง Stunt Show ในธีมโจรสลัดที่น่าสนใจไม่น้อยเลย

 

 

 


“Adventure Isle” อีกหนึ่งอาณาจักรใหม่ที่มาแทนคอนเส็ปท์ Adventureland แถมยังเน้นรูปแบบให้เป็นอาณาจักรลี้ลับและมีสิ่งที่ยังไม่เคยถูกค้นพบซ่อนอยู่มากมาย ความโดดเด่นของที่นี่ก็คือภูเขาลูกยักษ์ เห็นแล้วนึกถึงภูเขาใน Up ขึ้นมาทันที  ส่วนเครื่องเล่นไฮไลท์ประจำโซนนี้ก็ชวนให้น่าสนใจไม่แพ้กัน มาในแนวล่องแก่งเข้าไปในพื้นที่แนวลำน้ำลึกลับแล้วก็ได้เจอกับจรเข้ยักษ์ตัวใหญ่น่ากลัวทีเดียว
นอกจากนี้ ยังมีการแสดงโชว์ “Tarzan – Call of the Jungle” เป็นการแสดงแนวผสมผสานกับกายกรรมจีน ที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว เลยมั่นใจได้ว่าจะต้องมีความโดดเด่น เชื่อมั่นในความสุดยอดได้อย่างแน่นอน

 

 

สำหรับปราสาท Enchanted Storybook castle ที่อยู่ตรงใจกลางปาร์ก เป็นปราสาทหลังใหญ่ออกแบบในสไตล์ Renaissance และไม่ได้อ้างอิงปราสาทอื่นๆเหมือนกับปราสาท Sleeping Beauty หรือ Cinderella ในดีสนีย์ปาร์กที่ไหน อีกทั้งยังมีเอกลักษณ์สำคัญประดับด้วยดอกโบตั๋นสีทองที่ยอดปราสาทเพื่อบ่งบอกความเป็น Disneyland ประจำประเทศจีนเสียด้วย ส่วนด้านในก็ทำเป็นพื้นที่ให้เราสามารถเข้าไปชมบรรยากาศด้านในได้ด้วย

 

และนอกเหนือจากโซนต่างๆเหล่านี้แล้ว ก็ยังมี “Disneytown” ที่เค้าวางคอนเส็ปท์เป็นเมืองช้อปปิ้งตั้งอยู่ตรงหน้า Shanghai Disneyland ใกล้กับประตูทางเข้าด้วย ประกอบไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร รวมไปถึงโรงละครในรูปแบบ  Entertainment complex ซึ่งลักษณะไม่ต่างกับโซนช้อปปิ้งข้างๆดีสนีย์ปาร์กในที่อื่นๆเลย ( ถ้าเป็นที่ Disneyland Resort,California จะเป็น Downtown Disney | Disney Springs ที่ Disney World, Florida | Ikspiari ที่ Tokyo Disney Resort | Disney Village ที่ Disneyland Paris ) เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ไว้เดินเล่นแก้เบื่อกรณีที่ใครไม่อยากจะเดินเล่นใน Shanghai Disneyland หรืออยากจะเปลี่ยนบรรยากาศมาเดินข้างนอกบ้างนั่นเอง
ไฮไลท์เด่นๆของเมืองคนเดิน Disneytown แห่งนี้ไม่พ้นร้านจำหน่ายสินค้า “World of Disney” เป็นช้อปขนาดใหญ่ที่จำหน่ายสินค้าในแบรนด์ของ Shanghai Disneyland เป็นหลักสำหรับใครที่อยากได้สินค้าแต่ไม่อยากจะเข้าปาร์ก หรือไม่ก็เอาไว้เก็บตกสินค้าที่ยังรู้สึกว่าช้อปปิ้งข้างในยังไม่สุดเท่าไหร่ อีกอย่างหนึ่งก็คือ โรงละคร the Walt Disney Grand Theatre ซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงละครเพลง Broadway “The Lion King” ซึ่งใครอยากจะชมแต่ไม่สามารถบินไปดูการแสดงแบบต้นตำรับถึงอเมริกาได้(เพราะในบ้านเราก็ไม่นำมาแสดงซะที) ก็สามารถมาชมที่นี่กันได้เลย แต่เสียอย่างนึงคือ ที่นี่เค้าเป็นเวอร์ชันภาษาจีนครับ เอาใจนักท่องเที่ยวในบ้านเค้าไปเต็มๆ

 

จบการแนะนำโซนต่างๆอย่างคร่าวๆเพียงเท่านี้ ตอนหน้าจะเริ่มพาตะลุยในปาร์กกันจริงๆละนะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *