พาเที่ยว Shanghai Disney Resort ตอนที่ 6/7 Tips เล็กๆน้อยๆเพื่อให้เที่ยวในปาร์กได้สนุกยิ่งขึ้น

หลังจากๆที่พาตะลุยเที่ยวในโซนต่างๆทั้ง 6 ของ Shanghai Disneyland เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ยังมีอะไรอีกเล็กๆน้อยๆที่ผมอยากจะมานำเสนอเพื่อให้การเที่ยวในปาร์กแห่งนี้สนุกและมีอรรถรสยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เป็นข้อแนะนำและความเห็นส่วนตัวของผมที่อยากจะมาแชร์ให้ฟังกันด้วย ใครสนใจก็ลองกันดูนะครับ
ปล. รูปเยอะมาก หน้าเว็บนี้จะโหลดโหดนิดนึงนะครับ !

1.) “Fastpass” ทางลัด…เข้าเร็ว

ในทุกๆ Disney Parks นั้น จะมีการอำนวยความสะดวกกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเล่นเครื่องเล่นที่เป็นตัวสุด HOT! แบบที่ว่าต่อให้ต้องต่อคิวยาวๆก็ยอม แต่ถ้าครั้นจะต้องต่อคิวยาวถึงขั้นเกินกว่า 2-3 ชั่วโมง เชื่อแน่ว่าจะต้องมีคนยอมยกธงขอสละสิทธิ์แน่ๆ เค้าก็เลยมีระบบบัตรผ่านฉับไวที่เรียกว่า “Fastpass” มีลักษณะเหมือนระบบจองคิว เพียงแค่มาจองคิวที่ต้องการแล้วมาตามกำหนดเวลาที่ระบุไว้ ก็สามารถเดินฉิวเข้าไปเล่นเครื่องเล่นได้ทันทีโดยไม่ต้องต่อคิวยาวเหมือนคนอื่นๆ  ที่สำคัญ! สามารถรับบัตร Fastpass ได้ฟรีโดยไม่ต้องเสียเงินซื้อเหมือน Themepark บางแห่งอีกด้วย
สำหรับใครที่ยังไม่เคยรู้จักกับระบบนี้มาก่อน วิธีการก็ง่ายๆครับ เพียงมาที่ตู้ Fastpass พร้อมกับบัตรเข้าปาร์กของเรา(หรือจะหยิบของเพื่อนคนอื่นๆมาด้วยแล้วทำทีเดียวไปเลยก็ได้) โดยตามจุดกด Fastpass นั้นจะระบุเวลาของเครื่องเล่นที่เราจะได้กลับมาเล่นเอาไว้ด้วย ถ้าเป็นตัวฮิตๆหน่อย เวลาที่จะกลับมาเล่นได้ก็อาจจะตกราวบ่ายๆ หรือไม่ก็เย็นๆไปเลยก็มี  ทั้งนี้ จะมีข้อแตกต่างระหว่างตู้ Fastpass ที่ Shanghai Disneyland กับ Disneyland ที่อื่นๆอยู่ก็คือ ของที่ Shanghai นี้ ตู้ Fastpass จะไม่ได้แยกไปอยู่ตามเครื่องเล่นแต่ละตัวแล้ว แต่จะตั้งอยู่เป็นจุดๆหนึ่งไปเลย เมื่อเราเข้าไปแล้วก็สามารถกดเลือกได้ทันทีว่าจะเอา Fastpass ของเครื่องเล่นตัวไหน(เฉพาะในโซนนั้นๆ) ซึ่งก็ถือว่าสะดวกอยู่ครับ เพราะหาก Fastpass ตัวไหนหมดเราก็ยังมีทางเลือกไปกดอันอื่นได้ และไม่ต้องไปคอยวิ่งไปยังเครื่องเล่นแต่ละตัวให้เมื่อยอีกด้วย

วิธีรับบัตร —> พอยืนอยู่หน้าตู้แล้วก็เอาบัตรเราออกมา หันด้านที่มี QR CODE ให้ไฟสีแดงๆส่องครับ แล้วก็เลือกว่าจะเอาบัตรของเครื่องเล่นอะไร ซักพักบัตร Fastpass ของเครื่องเล่นตัวนั้นๆก็จะออกมา ก็เก็บไว้แล้วเอาไปใช้ตามเวลาที่ระบุในนั้นได้เลย

  • >ที่โซน Tomorrowland จะมี Fastpass ของเครื่องเล่น Tron Lifecycle และ Buzz Lightyear ให้เลือก โดยจุดกด Fastpass จะอยู่ตรงชั้นล่างหน้าอาคารเครื่องเล่น Tron ครับ
  • >ที่โซน Fantasyland จะมีจุดกด Fastpass อยู่ 2 จุดด้วยกันคือตรงใกล้ๆกับเครื่องเล่น Peter Pan’s Flight และ Seven Dwarfs Mine Train อยู่ใกล้อันไหนก็ไปตรงนั้นได้เลย โดยมีให้เลือก 3 เครื่องเล่นด้วยกันคือ Peter Pan’s Flight, Seven Drarfs Mine Train และ Many Adventure of Winnie the Pooh ครับ
  • >ที่โซน Adventure Isle จะมีจุดกด Fastpass อยู่ตรงหน้าเครื่องเล่น Roaring Rapids และมี Fastpass ให้เลือกเครื่องเล่นอยู่ 2 ตัวคือ Roaring Rapids และ Over the Horizon ครับ
    (ดูตำแหน่งตู้จ่าย Fastpass แต่ละจุดได้จากลิงค์ https://www.shanghaidisneyresort.com/en/guest-services/map/#/id=fastpass)

   
(บริเวณหน้าจุดที่จะกด Fastpass จะมีบอร์ดที่บอกเวลาเอาไว้ให้ว่าเครื่องเล่นแต่ละตัวในโซนนั้นๆมีเวลารอคิวกี่นาทีและ ตัวที่ต้องใช้ Fastpass มีคิวเท่าไหร่และกด Fastpass ได้รอบกี่โมง เอาไว้ดูเพื่อตัดสินใจจะไปเครื่องเล่นแต่ละตัวเลยก็ได้)


(รายละเอียดตรงหน้าจุดกด Fastpass จะบอกไว้ว่า ในเวลานั้นๆ ถ้าเรากด Fastpass เครื่องเล่นตัวไหน จะสามารถไปใช้สิทธิ์ได้ในเวลากี่โมง แต่ถ้าจะเลือกไปต่อคิวเลย ก็จะใช้เวลาต่อคิว (Stand-by) กี่นาที)

 

 

2.) “สมุดPassport” เพื่อความทรงจำ
อย่าพึ่งตกใจกันนะ ว่ามาเที่ยว Shanghai Disneyland แล้วต้องมีหนังสือเดินทาง Passport กันด้วย จริงๆแล้วเจ้าสมุด Passport ที่ว่านี้เป็นเสมือนสินค้าที่ระลึกอย่างหนึ่งของปาร์กนั่นล่ะ โดยขายในราคาราวๆ 60 หยวน แต่ครั้นจะให้ซื้อมาแล้วก็เก็บไว้เฉยๆก็ยังไงอยู่ ก็เลยต้องมีกิจกรรมสนุกๆให้ทำซักหน่อย นั่นก็คือการสะสมตราแสตมป์ตามจุดต่างๆให้ครบ เพื่อเต็มเต็มให้สมุด Passport เล่มนี้ครบถ้วนสมบูรณ์ เหมือนกับว่าเวลาเราไปเที่ยวเมืองนอกแล้วก็มีตราปั๊มของประเทศต่างๆระบุเอาไว้นั่นล่ะครับ เพียงแต่ว่าของที่นี่เป็นการระบุว่าเราได้ไปเยี่ยมโซนไหนของปาร์กมาแล้วบ้างนั่นเอง
โดยด้านในสมุดจะเป็นกระดาษเนื้อสีสวยๆและตรงหน้าแรกเค้าจะบอกไว้เลยว่า แต่ละจุดแสตมป์นั้นจะตั้งอยู่ที่ไหนบ้าง เราก็ไปตามจุดนั้น แล้วเมื่อถึงหน้าตู้แสตมป์ตราประทับ เราก็คว่ำหน้าสมุดหน้าที่เป็นจุดนั้นๆลง แล้วสอดเข้าไป (เหมือนเวลาเราผ่านด่านตม.ตอนออกนอกประเทศ ด้วยตู้นั่นเลย) ระหว่างที่รอจะมีเพลงคลอ ออกมานิดนึงจนเรียบร้อยก็หยิบออกมาเป็นใช้ได้ ทั้งนี้ ไม่ต้องห่วงว่าจะทำไม่เป็นเพราะส่วนใหญ่จะมี Cast Member ยืนตรงตู้นั้นๆคอยช่วยเหลือและช่วยจัดการทำให้อยู่แล้ว
ยัง ! ยังไม่หมดเท่านี้ เพราะเมื่อเราเก็บตราแสตมป์ได้ครบหมดแล้ว ก็ให้นำสมุดไปโชว์ที่จุดบริการ แล้วเราก็จะได้รับเข็มกลัดที่ระลึกสวยๆมาอีกอันนึง พร้อมกับตราสแตมป์พิเศษที่หน้าสุดท้ายของ Passport เป็นอันปิดท้ายความสมบูรณ์ของสมุดเล่มนี้ แล้วก็เอากลับมาเป็นที่ระลึกได้อีกชิ้นนึงแบบภูมิใจครับ

(หมายเหตุ : 
1-สามารถหาซื้อสมุดเล่มนี้ได้ตามร้านของของที่ระลึกต่างๆทั่วทั้งปาร์กครับ แนะนำว่าถ้าจะเอาให้ซื้อก่อนตั้งแต่เดินเข้าปาร์กมาเลยดีที่สุด เวลาที่เดินไปไหนจะได้ตามเก็บตราไปเลยรวดเดียว
2-ใครที่ไปเที่ยวแบบ 2วันอยู่แล้ว  ไม่จำเป็นต้องรีบเก็บให้ครบใน 1 วันก็ได้ครับ เค้าไม่มีการจำกัดเวลา สามารถแสตมป์ได้ตลอดตราบใดที่หน้าประทับนั้นๆยังว่างอยู่
3-เวลาซื้อสมุดให้สังเกตดีๆเพราะมีทั้งภาษาจีนและอังกฤษให้เลือกด้วยนะ )



(ตัวอย่างภาพในสมุด เป็นสีล้วนๆ มีทั้งส่วนที่บอกข้อมูลเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับโซนนั้นๆ หรือตัวละครดีสนีย์ หรือแม้แต่ยังมีเกมเล็กๆให้เล่นด้วย ส่วนบริเวณที่จะแสตมป์ตราประทับคือตรงด้านขวาล่างที่สีแดงๆนั่นล่ะครับ)


(ซ้าย : แต่ละจุดจะมี Cast member ยืนเฝ้าตู้คอยอำนวยความสะดวก ขวา : เมื่อสะสมตราได้ครบ ก็ให้มาที่จุดบริการสุดท้ายเพื่อรับตราแสตมป์พิเศษที่หน้าสุดท้ายของสมุด)


(ถ้าจะทำเองก็ทำได้ ไม่ยากเลย เค้ามีสอนไว้ที่หน้าจอ)


(เมื่อเก็บตราได้ครบ ก็นำมาแลกได้เข็มกลัดที่ระลึกสวยๆ 1 อันทันที)

 

 

 

3.) “เหรียญที่ระลึก” ปั๊มสนุก สะสมกันมันส์

ของที่ระลึกอีกอย่างที่มีอยู่ทั่วไปใน Disney Parks ทุกๆแห่งทั่วโลกก็คือ เหรียญที่ระลึกครับ ซึ่งจะเป็นเหรียญที่ได้จากเครื่องปั๊มที่จะพิมพ์ลวดลายที่ระลึกสวยๆให้เราสะสม โดยในแต่ละจุดของปาร์กก็จะมีลวดลายที่แตกต่างกันไป แถมยังมีราคาถูกซะด้วย ยิ่งกว่านั้น พึ่งจะเคยเห็นว่าของที่นี่ เค้าขายในราคาเหรียญละ 10 หยวนครับ แต่ถ้าเอาครบ 8 เหรียญ จะซื้อได้ในราคาเพียง 70 หยวนเท่านั้นเอง แหม่…เอากะเขาสิ สมกับเป็นคนจีนเจ้าแห่งการค้าจริงๆ
สำหรับเหรียญที่ระลึกนี้ นักเที่ยว Disney Parks หลายๆคนจะนิยมสะสมกันจนเป็น Community ใหญ่ๆเลยนะ และถ้าเก็บสะสมเยอะๆ ก็มีสมุดสะสมให้ซื้อไปเก็บอีกตะหาก

(หน้าตู้จะมีลวดลายตัวอย่างเหรียญให้ดู โดยแต่ละที่ก็จะมีรูปต่างๆกันไป)


(เมื่อกดแล้ว ตัวเครื่องจะปั๊มเหรียญให้เราดูกันสดๆ)


ตัวอย่างลวดลายเหรียญต่างๆ  (Credit Picture by : Parkpennies.com)

 

 

4.) ถ่ายรูปกับเซเลบดีสนีย์

มาถึงดีสนีย์แลนด์แล้ว ใครที่เป็นสายเล่น ก็เล่นเครื่องเล่นไป ใครที่เป็นสายช้อปปิ้งหรือสายกินก็จัดไป แต่ถ้าใครเป็นสายเซลฟี่สายบ้าตัวการ์ตูน ก็ต้องไม่พลาดมารอคิวถ่ายรูปกับตัวการ์ตูนดีสนีย์เลยครับ ที่นี่ถือว่าเป็นแห่งหนึ่งที่มีจุดให้ถ่ายรูปคู่กับตัวละครที่ชอบเยอะมากๆ  บางตัวคิวก็สั้น บางตัวคิวก็ยาวแตกต่างกันไป (แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ถึงกับเป็นชั่วโมงเหมือนที่ญี่ปุ่นนะ)



ทั้งนี้ ในปัจจุบัน Disneyparks เค้าปรับกลยุทธ์เกี่ยวกับเรื่องการถ่ายรูปขึ้นมาใหม่ด้วย จากที่แต่ก่อนนี้ เป็นเพียงบริการถ่ายรูปด้วยกล้องของพนักงาน แล้วเอาการ์ดไปสั่งรูปและพิมพ์อัดใส่กรอบที่ระลึกที่ร้าน Photo ในโซน Mainstreet ได้
แต่ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยในปัจจุบัน ทำให้มีระบบใหม่ที่เรียกว่า “PhotoPass” ซึ่งเราสามารถจะดูรูปที่ตากล้องถ่ายเราเอาไว้ได้จากในโทรศัพท์มือถือของเราได้ทันที เพียงแค่ลง Application “Disney Photo Pass” เท่านั้นเอง หรือหากเบื่อที่จะดูรูปผ่านทางมือถือก็สามารถ log in เข้าระบบในเว็บไซต์แล้วดูก็ได้เหมือนกัน ซึ่งการใช้งานในครั้งแรก เราก็จะต้องลงทะเบียนก่อน แล้วก็ log in เข้าระบบโดยใช้อีเมล์หรือเบอร์โทรศัพท์และ Password ครับ

พอเข้ามาใน Application แล้ว วิธีใช้งานก็ไม่ยากครับ แค่ใช้มือถือที่เปิด Application ทำการ Scan การ์ด QR Code ที่พนักงาน Cast Member ที่เป็นตากล้องถ่ายแล้วมอบการ์ดให้เรา พอระบบทำ process เสร็จเราก็จะดูได้ทันทีในลักษณะของรูป Thumbnail คือเค้าถ่ายกี่รูปกี่รูปจะมาโผล่ในนี้หมดเลย อย่างไรก็ตามเราจะไม่สามารถกดดูรูปใหญ่ได้ครับ เพราะระบบจะเบลอภาพเอาไว้ ถ้าอยากได้ก็ต้องซื้อรูปผ่าน App ซะก่อน (ก็เป็นทางเลือกในการเสียเงินไปอีกแบบ)

นอกเหนือจากการใช้การ์ด QR Code ที่ได้รับมาแล้ว ยังมีสินค้าใหม่อีกอย่างที่ Disney ทำออกมาเพื่อรองรับระบบนี้ด้วย นั่นก็คือ “Photopass Card” มีลักษณะคล้ายๆการ์ดที่เราได้มานั่นแหละครับ แต่จะมีลวดลายที่สวยกว่าและเหมาะสำหรับการสะสมด้วย(อย่างในช่วงนี้เป็นลายGrand Openning ของปาร์ก) วิธีใช้ก็เพียงเอาการ์ดใบนี้ให้ Cast Member ตากล้องสแกนแทนการ์ดที่เค้ามีอยู่แล้ว แล้วก็ใช้ดูภาพได้เหมือนๆกัน เพียงแต่ว่ามีคุณสมบัติพิเศษคือ เราสามารถจะสั่งดูรูปทั้งหมดได้แบบยกเซ็ตไม่มีเบลอภาพ แถมยังดาวน์โหลดรูปมาเก็บไว้เองได้ด้วย โดยมีระยะเวลาให้ใช้การ์ดได้ใน 1 วัน ทั้งหมดราคาเพียง 369 หยวน หรือตกราวๆเกือบๆสองพัน !!!! แต่ถ้าเราไปกันหลายๆคน แนะนำว่าใช้แล้วคุ้มแน่ๆครับ

หมายเหตุ : สำหรับ Application Disney Photo Pass นั้นจะแบ่งเป็น App ตามปาร์กแต่ละแห่งแยกกันไปอย่างชัดเจน ของ Shanghai ก็ app นึง ของ Hong Kong ก็ app นึง หรือแม้แต่ในอเมริกาหรือ Paris ก็ด้วย เพราะฉะนั้น หากจะไปที่ไหนก็ต้องลงของที่นั่นแยกไปนะครับ

สำหรับข้อมูลของ Photo Pass และ Application Disney Photopass ของ Shanghai Disneyland สามารถหาโหลดได้ที่  https://www.shanghaidisneyresort.com/en/guest-services/photo-pass-service

( ภาพจาก Play Store )

 

5.) Application เพิ่มความสะดวก

พูดถึง Application ที่ควรโหลดเก็บไว้เผื่อดูรูปอย่าง PhotoPass แล้ว ยังมี App สำคัญอีกตัวนึงที่เหมาะกับการตะลุยปาร์ก นั่นก็คือ Appของ Shanghai Disneyland นั่นเอง โดยใน App นี้จะมีข้อมูลรายละเอียดต่างๆที่สำคัญเอาไว้ทั้งเวลาเปิด-ปิด แผนที่ แนะนำเครื่องเล่นแต่ละตัว รวมถึงตารางของโชว์และพาเหรดประจำวัน และที่เจ๋งมากๆคือเราสามารถจะเช็ค Waiting Time ของเครื่องเล่นแต่ละตัวภายในช่วงเวลานั้นได้อีกด้วย  ถือว่าเป็นการช่วยอำนวยความสะดวกให้เรากรณีที่ไม่ได้อยู่แถวๆบอร์ดแจ้งเวลา Stand by time ได้เลย
   
( ภาพจาก Play Store ) 

สามารถดาวน์โหลด application (ทั้งในส่วนของ iOS และ Android) ได้ที่  https://www.shanghaidisneyresort.com/en/download-shanghai-disney-mobile-app

 

 

6.) พักโรงแรมในเครือ Disney เลยดีกว่า

ใน Disney Parks แต่ละแห่งทั่วโลกนั้น จะมีโรงแรมตั้งอยู่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวอยู่เสมอเพื่อจะได้ไม่ต้องรีบตื่นขึ้นมาแล้วบึ่งเดินทางไกลๆมายังปาร์ก หรือไม่ก็จะได้อยู่ในปาร์กได้ยาวๆแล้วกลับมาพักผ่อนได้แบบสะดวก
ที่ Shanghai Disneyland ก็เช่นเดียวกันครับ จะมีโรงแรมในเครือของ Disneyland ตั้งอยู่ 2 แห่งด้วยกัน ได้แก่ “Shanghai Disneyland Hotel” และ “Toy Story Hotel



Shanghai Disneyland Hotel : เป็นโรงแรมหลักของ Shanghai Disneyland โดยตรง ซึ่งจะมีขนาดใหญ่และเน้นสถาปัตยกรรมแนวศิลปะแบบสมัยใหม่(Art Nouveau)ซักหน่อย แถมยังมีขนาดใหญ่และตั้งอยู่ตรงหน้า Shanghai Disneyland พอดี แต่มีบึงน้ำคั่นกลางนะครับ เลยทำให้ได้วิวทิวทัศน์ที่ค่อนข้างจะบรรยากาศดีทีเดียว  แต่การเดินทางไปมาระหว่างโรงแรมและปาร์กจะค่อนข้างอ้อมอยู่ซักหน่อย แต่เค้าก็มีเรือข้ามฟากบริการสำหรับ Guest ของโรงแรมเอาไว้ด้วย ด้วยความที่เป็นโรงแรมหลักเลยทำให้ห้องพักที่นี่ออกไปในทางหรูหราอยู่ซักหน่อย ก็เลยทำให้ราคาห้องพักค่อนข้างจะสูงไปด้วย
ราคาห้องเริ่มต้นที่ 1,650 หยวนครับ

(PHOTO BY JEFF GRITCHEN, ORANGE COUNTY) REGISTER

Toy Story Hotel : เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่อยากพักในโรงแรมเครือดีสนีย์แต่งบประมาณไม่สูงพอที่จะพักใน Shanghai Disneyland Hotel ได้ แถมการเข้าพักที่นี่ก็น่าจะเป็นที่ถูกใจของแฟนๆการ์ตูนดีสนีย์โดยเฉพาะสาวกของค่าย pixar และบรรดาแก๊งค์ของเล่น Toy Story ซะด้วย เพราะที่นี่เค้ายกเอา Toy Story มาใช้เป็นธีมหลักของโรงแรมล้วนๆ ทั่วทั้งโรงแรมจะเต็มไปด้วย รูปปั้น, ภาพประกอบ, การตกแต่ง เรียกได้ว่าทุกอย่างจะเป็น Toy Story อย่างเดียวเท่านั้น เรียกว่าถึงแม้จะไม่อาจได้เข้าพักใน Shanghai Disneyland ก็ไม่เสียดาย
อ้อ..ที่นี่เค้ามีร้านค้าชื่อ “Lotso Shop” เน้นขายสินค้าที่ระลึกของ Toy Story ล้วนๆด้วยนะ
ราคาห้องเริ่มต้นที่ 850 หยวนครับ

7.) Disneytown เมืองแวะพัก

หากเริ่มรู้สึกว่าใช้เวลาอยู่ใน Shanghai Disneyland นานซะจนเริ่มเบื่อขึ้นมา หรือไม่ก็อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศมาเป็นการเดินเล่นช้อปปิ้งดูอย่างอื่นหรือทานอาหารประเภทอื่นที่นอกเหนือจากที่ขายใน Shanghai Disneyland แล้วล่ะก็ ขอแนะนำมาให้มาเดินเล่นในโซน Disneytown ครับ ที่นี่เค้ามีคอนเส็ปท์เป็นเมืองช้อปปิ้งขนาดย่อมๆ ซึ่งมีใน Disneyland ทุกแห่ง(ยกเว้นที่ Hong Kong ยังไม่มี) โดยที่นี่จะตั้งอยู่ติดกับปาร์กเลยครับ สามารถเดินเข้าไปได้โดยตรง หรือหากว่าเราอยู่ในปาร์กอยู่แล้วก็สามารถแวะมายัง Disneytown ได้โดยผ่านตรงทางออกซึ่งอยู่ระหว่างเส้นทางจาก Disney  Avenue ไปยัง Tomrrowland (ไม่ต้องเดินอ้อมมาออกตรงหน้าทางเข้านะครับ)

สำหรับร้านค้าที่น่าสนใจในโซน Disneytown นั้นมีอยู่มากมาย เริ่มตั้งแต่ “World of Disney Store” ซึ่งจะจำหน่ายสินค้าลิขสิทธิ์ดีสนีย์ ทั่วไปเหมือนกับที่ Disney Store ในย่าน Pudong ตลอดจนสินค้าที่เป็นแบรนด์ของ Shanghai Disneyland เองด้วย ประมาณว่าใครที่เดินออกมาจากปาร์กแล้วเกิดอยากจะหาซื้อของต่อก็สามารถแวะมาที่นี่ได้อีกนั่นล่ะ ถือว่าเป็นร้าน Disney ที่ใหญ่และเดินเพลินมากๆ นอกจากนี้ก็ยังมีร้าน “Lego Store” ซึ่งมีขนาดใหญ่สุดในจีนก็ว่าได้ ด้านในมีการตกแต่งร้านด้วยตัวบล๊อค Lego เก๋ๆให้ชมกันด้วย แต่ถ้าอยากจะดูสินค้าอื่นๆก็มีเหมือนกัน เช่น Adidas, Hot Toys, Build-A-Bear, CROCS, New Balance, Superdry, PANDORA เป็นต้น

ส่วนร้านอาหารก็มีอยู่หลายร้านครับ อย่างเช่น “Ippudo” ราเมนสัญชาติญี่ปุ่นแท้ๆที่มาเปิดที่นี่ด้วย, Breadtalk, Cheesecake Factory, Crystal Jade, Food Republic หรือแม้แต่กาแฟ Starbucks ก็ยังมีด้วยนะ

 

8.) ช้อปปิ้ง ทิ้งทวน !
อันนี้เอาใจขาช้อปและบรรดานักสะสมสินค้าดีสนีย์โดยเฉพาะ Disneyland หน่อยครับ ช่วงเวลาแห่งการเปิด Grand Openning ปาร์กใหม่ของที่นี่สินค้าที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือสินค้าที่เป็นลวดลายการฉลองเปิด Shanghai Disneyland นี่เอง โดยเน้นภาพโทนสีฟ้า เน้นที่ตัวปราสาท Enchanted Storybook สวยๆ และมีภาพตัวละครหลักอย่าง Mickey Mouse และ Minnie ยืนแนะนำสวนสนุกแห่งใหม่ของโลก ตัวสินค้านั้นก็มีให้เลือกซื้อทุกอย่างจริงๆตั้งแต่เสื้อผ้า, กระเป๋า, ขนม, กล่องต่างๆ,เครื่องเขียน ,พวงกุญแจ,แมกเน็ต หรือแม้แต่ตุ๊กตาบาร์บี้ ลายสวยๆแบบนี้มีขายแค่ช่วงเวลาจำกัดเท่านั้นบอกเลย เพราะหากเลยหลังจากนี้ไปแล้ว สินค้า Grand Openning จะกลายเป็นสินค้าหายากในบรรดานักสะสมไปในทันทีนะ ขอบอก

 

แต่ก็ไม่ใช่ว่าสินค้าอื่นๆจะไม่มีดีนะครับ เพราะมีสินค้าอื่นๆที่น่าสนใจน่าเก็บสะสมไว้ไม่แพ้กัน อย่างพวกงานเซรามิคหรืองานสินค้าที่เน้นที่ตัวปราสาท หรือสัญลักษณ์ต่างๆที่เกี่ยวกับ Shanghai Disneyland ล้วนๆ เช่น สติกเกอร์,โปสการ์ด ,ของเล่น หรือแฟ้มลวดลายเครื่องเล่นและโซนต่างๆภายใน Shanghai Disneyland ที่เป็นของแปลกใหม่ที่ยังไม่มีในปาร์กไหนๆ หรือไม่ก็อาจจะเป็นสินค้าที่มีลวดลายของภาพโมเสกเจ้าหญิงทั้ง 4 ใน 4 ฤดูที่นำมาจากภาพใต้ปราสาท Enchanted Storybook Castle อีกอย่างหนึ่งที่ถือว่าน่ารักไม่แพ้ใครเลยก็คือ งานจากภาพกำแพงสัตว์ 12 ราศี Garden of the twelve Friends ที่โซน Gardens of Imagination มีแบบที่ทำออกมาเป้นฟิกเกอร์สัตว์ครบ 12 แบบเลยทีเดียว

9.) ดีสนีย์ยามค่ำ

มาถึงที่นี่แล้ว ไม่ควรกลับแต่หัววันเลยนะขอบอก เพราะบรรยากาศยามค่ำคืนของ Shanghai Disneyland นั้นช่างสว่างไสวและสวยงามไม่แพ้ในช่วงกลางวันจริงๆ มีการเปิดไฟสีสันตามโซนต่างๆที่สวยงาม ไม่ใช่แค่กับตัวปราสาท Enchanted เท่านั้น อย่างเช่นโซน Tomorrowland ครับ ที่พออาทิตย์เริ่มตกดิน แสงสีต่างๆก็เปลี่ยนสภาพจาก Tomorrowland ธรรมดาให้สวยงามราวกับอยู่ในโลกของ Tron จริงๆ

 

 

10.) การแสดง Lion King สุดอลังการ

หากคุณยังมีเวลาเหลือให้กับ Shanghai Disneyland อีกซักหน่อย และเป็นคนที่ชื่นชอบการแสดงแนว Musical แล้วล่ะก็ ขอแนะนำให้ลองตีตั๋วชมการแสดงละครเพลง The Lion King ที่โรงละคร Walt Disney Grand Theater ที่โซน Disneytown เลยครับ การันตีถึงผลงานได้เลยเพราะการแสดง ฺBroadway Musical ชุดนี้มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จอย่างสูง ได้เปิดแสดงมาแล้วในหลายๆประเทศทั่วโลก แต่ที่จะแตกต่างอยู่ซักหน่อยก็คือการแสดงที่นี่ใช้ทีมนักแสดงชาวเอเชียและเป็นเวอร์ชันภาษาจีน Mandarin ตามที่ตั้งของประเทศจีน เพื่อให้ผู้ชมชาวจีนได้ชมและฟังเข้าใจในทันที ก็ถือว่าเป็นของแปลกจากเวอร์ชันต้นฉบับภาษาอังกฤษไปอีกแบบ ถ้าใครที่รอ Production ภาษาอังกฤษให้มาเล่นที่เมืองไทยไม่ไหว แล้วยังไม่มีบุญได้ไปดู Production แท้ๆถึงทางฝั่งยุโรปหรืออเมริกาก็ลองหันมาชมที่นี่กันดูก่อนเลยครับ
(หมายเหตุ : ราคาตั๋วในวันธรรมดาจะราคาถูกกว่าตั๋วรอบเสาร์อาทิตย์อีกด้วย แต่จะแสดงเพียงวันละรอบและเลิกค่อนข้างดึกพอควร ถ้าใครที่ต้องอาศัยรถไฟฟ้ากลับไปยังที่พักในเมืองต้องกะเวลาดูดีๆครับ หรือไม่ก็หาที่พักในโรงแรม Disney ที่นี่เลยก็ได้จะได้สบายหน่อย)

 

เก็บตก —-> ห้องน้ำสะอาดไหม !!!!!

ทิ้งท้ายพิเศษสำหรับใครที่สงสัยว่า มาถึงเมืองจีนที่ขึ้นชื่อเรื่องความสะอาดของห้องน้ำ แล้วที่ Shanghai Disneyland จะเป็นยังไงบ้าง เลยถ่ายภาพมาให้ดูกันซัก 2-3 ภาพครับ จะเห็นได้เลยว่าไม่ต้องห่วงซักนิดเพราะห้องน้ำที่นี่สะอาดมากๆ แถมยังมีพนักงานทำความสะอาดคอยเข้ามาปัดกวาดเช็ดถูดูความเรียบร้อยอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย
เพราะฉะนั้นถ้ามีเหตุอะไรให้เกิดสกปรกอะไรขึ้นมาล่ะก็ มีคนมาช่วยทำความสะอาดให้ทันเวลาแน่นอน แถมห้องน้ำที่นี่ก็มีเยอะครับ ตั้งอยู่กระจายเต็มไปหมดเลย สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เต็มที่เลยนะ
(เบื้องหลัง – จากภาพคือห้องน้ำในโซน Fantasyland ครับ มีจากโซนอื่นๆด้วยแต่ไม่กล้าลงเพิ่มละ ทั้งนี้ตอนที่ผมถ่ายภาพห้องน้ำที่อื่นอย่างโซน Tomorrowland  ปรากฏว่าคุณลุงคนจีนที่ทำหน้าที่ทำความสะอาดเห็นผมภาพถ่ายภาพในห้องน้ำแบบรัวๆ ตั้งแต่โถงห้องน้ำยันในห้องส้วม ลุงแกคงงงและรีบมามองหน้าผม สะกิดแล้วยิงภาษาจีนรัวๆใส่ผมทันที เลยได้แต่ตอบภาษาอังกฤษเค้าไปไม่รู้เค้ารู้เรื่องรึเปล่า แต่คาดว่าแกคงกำลังคิดอยู่ว่าผมเป็น “ไอ้โรคจิต” แน่นอน Y_Y)

 

 

เป็นอันครบถ้วน เกี่ยวกับ Tips เล็กๆน้อยๆเพื่อช่วยเพิ่มอรรถรสในการเที่ยว Shanghai Disneyland เสียทีครับ หวังว่าทุกๆท่านที่คอยติตตามอ่านสกู้ปรีวิว สวนสนุก Shanghai Disneyland จะได้ข้อมูลสำหรับการไปตะลุยบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ และหากมีโอกาสได้ไปรีวิวงานไหนอีก จะกลับมาเขียนให้อ่านกันต่อแน่นอน

 

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *