Japan Special Section ! พาเที่ยว Legoland Japan สวนสนุกแห่งใหม่ล่าสุดในญี่ปุ่น(ตอนจบ)

เห็นหัวข้อแล้วอาจจะแปลกใจกันหน่อยนะครับว่าทำไม Website เกี่ยวกับ Disney แต่กลับมีเรื่องราวเกี่ยวกับสวนสนุกอื่นๆหรือเกี่ยวกับญี่ปุ่นมารวมอยู่ด้วย ก็ขออธิบายนิดนึงครับว่าส่วนนี้เป็น Part พิเศษที่เพิ่มเข้ามา เนื่องด้วยผมเองจะชื่นชอบเรื่องราวของสวนสนุกและพิพิธภัณท์ในญี่ปุ่นรวมถึงชอบประเทศญี่ปุ่นอยู่แล้ว ก็เลยมีโอกาสได้ไปเที่ยวอยู่บ่อยๆและได้แวะเวียนไปเที่ยว Themepark ใหม่ๆอยู่เสมอ ก็เลยขออาศัยพื้นที่ของเว็บ Disneythaitown.com มาเป็นเนื้อหา Section พิเศษพาเที่ยวสถานที่แนว Themepark ,พิพิธภัณท์ หรือหัวข้อที่น่าสนใจในญี่ปุ่นเข้ามาซะเลย ทั้งนี้หากใครสนใจอยากสอบถามข้อมูลก็สามารถสอบถามเพิ่มเติม หรือติดตามได้ที่เพจ Facebook : เที่ยวญี่ปุ่น – Amusement Parks, Themepark and  Museum
(https://www.facebook.com/JapanThemeparkMuseum)  นะครับ
————————————————————————————————————–

มาต่อกันตอนที่ 2 เลยนะครับ สำหรับการพาเที่ยวชม Legoland Japan สวนสนุกแบรนด์ระดับโลกแห่งที่ 3 ของญี่ปุ่น (ใครยังไม่ได้อ่านตอนแรก สามารถตามไปได้ที่ http://disneythaitown.com/index.php/2017/04/24/japan-special-section-legolandjapan )

ถัดจากโซน  “Pirate Shores” เราก็จะเดินต่อไปยังโซน “Knight’s Kingdom” กันต่อเลยครับ โดยโซนนี้จะใช้ธีมเกี่ยวกับอัศวินยุโรป ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับปราสาท กษัตริย์ เวทย์มนต์ มังกร คือออกแนว Fantasy นั่นเอง บรรยากาศเลยเหมือนกับว่าเรากำลังหลงเข้ามายุคในยุคอัศวินประมาณนั้น 

เครื่องเล่นที่โซนนี้จะมีอยู่หลายตัวครับ อย่างเช่น Merlin’s Flying Machines ซึ่งตัวนี้จะเป็นเครื่องเล่นตัวเดียวกันกับในธีมพาร์ก Lego Discovery ที่ Tokyo ด้วย อีกตัวนึงก็คือ Merlin ‘s Challenge ซึ่งเครื่องเล่นสองตัวนี้จะมีการเคลื่อนไหวแบบหมุนเป็นวงกลมทั้งคู่ แต่ต่างกันที่ Merlin’s Flying Machines จะเป็นแบบบินขึ้นสูงๆได้ตามสไตล์เครื่องเล่นเหิรเวหาที่เสียวกว่า

แต่ตัวที่เป็นไฮไลท์จริงๆก็คือ รถไฟเหาะ “The Dragon” ครับ เป็นเครื่องเล่นรถไฟเหาะตัวเดียวในปาร์กนี้และน่าจะเป็นตัวที่หวาดเสียวที่สุดในนี้แล้ว แต่คนที่เป็นขาโหดอย่าคาดหวังว่าจะน่ากลัวหรือเสียวไส้เหมือนรถไฟเหาะตามสวนสนุกอื่นๆนะ เพราะโหดที่สุดของที่ Legoland นั้นก็คือชิลๆของสวนสนุกอื่นๆเท่านั้นเอง โดยในช่วงแรกเค้าจะพาเรานั่งรถไฟวิ่งไปในอาคารให้เห็นเรื่องราวแบบยุคอัศวินเล็กๆน้อยโดยมีหุ่นจากบล๊อคเลโก้ ตั้งอยู่ตามจุดต่างๆเช่นหุ่นพ่อมด หุ่นมังกร หุ่นอัศวิน ซักพักก็จะเริ่มขึ้นสูงขึ้นแล้วก็วิ่งออกมานอกอาคารลู่ไปบนรางไปมาอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้กรณีที่เป็นเด็กเล็กที่มีความสูงไม่พอที่จะเล่นรถไฟเหาะ The Dragon เค้าก็มีรถไฟเหาะมังกรเป็นแบบไซส์เล็กให้นั่งด้วยครับ โดยมีข้อบังคับว่าผู้ใหญ่จะต้องนั่งอยู่ด้วย

รถไฟเหาะ The Dragon สำหรับเด็กโตขึ้นไป จะมีความสูงและเสียวกว่า
รถไฟเหาะ Dragon’s Apprentice เป็นแบบขนาดเล็กสำหรับเด็กเล็กที่อยากจะนั่งมังกรกับเค้าบ้าง

 

 

 

 

 

 

 

สำหรับอาคารที่จำลองเป็นปราสาทอัศวินหลังใหญ่นั้น นอกจากด้านในจะเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของเครื่องเล่นรถไฟเหาะแล้ว พื้นที่ชั้นล่างส่วนหนึ่งจะเป็นร้านค้าครับ จำหน่ายสินค้าเลโก้ในหมวดเกี่ยวกับอัศวิน รวมถึงคาแรคเตอร์ตุ๊กตามังกรจากเจ้าเครื่องเล่นรถไฟเหาะด้วย  ส่วนชัั้นสองจะเป็นร้านอาหาร Knight’s Table Restaurant จำหน่ายอาหารแบบจานหลักโดยมีเมนูให้เลือกหลายอย่าง หยิบเมนูที่ต้องการเช่นจานหลัก สลัด ของหวาน แล้วก็ชำระเงินแล้วก็นำมาทานที่โต๊ะ ซึ่งเค้าแบ่งพื้นที่ทั้งส่วนในอาคาร หรือจะออกมานั่งที่ระเบียงด้านนอกก็ได้

คาแรคเตอร์มังกรสีเขียวที่นำมาจำหน่ายเป็นตุ๊กตาด้วย
ร้านจำหน่ายสินค้าประจำโซน Knight’s Kingdom

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“Roast Beef” เมนูโปรโมตประจำร้านอาหารนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วาร์ปมาที่โซนถัดไปกันต่อเลย ก็คือ “Lego City” ครับ จำลองโซนตามธีมของเล่นชุด Lego City ซึ่งเป็นซีรีย์ของเล่นเลโก้ที่เก่าแก่ที่สุดละ(ตั้งแต่ปี 1973) ซึ่งจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับเมือง และพาหนะโดยสารทุกๆประเภททั้งรถยนต์ รถไฟ เรือ เครื่องบิน ตำรวจ บ้าน เครื่องเล่นของที่นี่ก็เลยยึดตามแนวพาหนะหลากหลายประเภทมากทั้ง การบังคับรถดับเพลิงไปดับไฟ, ลานขับรถ, เครื่องเล่นเครื่องบินเหิรเวหา, เครื่องเล่นเรือวิ่งไปตามเส้นทางน้ำ ทั้งนี้แต่ละอย่างล้วนเป็นเครื่องเล่นที่เป็นสำหรับเด็กๆทั้งนั้นเลย สำหรับผู้ใหญ่ต้องทำใจครับ ไม่ใช่แนวเลยซักอย่าง สรุปแล้วโซนนี้เครื่องเล่นทุกชนิดในโซนนี้มีไว้เพื่อเด็ก แต่ผู้ใหญ่อย่างเราๆก็คงสนุกได้กับการชมพร๊อพตกแต่งต่างๆที่ตั้งกระจายทั่วไปในโซนนี้มากกว่า

แต่ก็ไม่ต้องเซ็งไปครับ เพราะที่นี่เค้ามีเครื่องเล่นตัวนึงในรูปแบบโรงภาพยนตร์ 4 มิติให้ชมกันด้วย เป็นภาพยนตร์ตอนพิเศษที่สร้างขึ้นมาสำหรับ Legoland โดยเฉพาะและได้ตัวละครที่เคยปรากฏในภาพยนตร์อนิเมชันเรื่อง Lego Movie มารับบทต่อเนื่องในภาพยนตร์เรื่องนี้อีกด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตัวละครจากการ์ตูน Lego the Movie ที่เคยออกฉายในภาพยนตร์มาปรากฏตัวในภาพยนตร์ตอนพิเศษแบบ 4D ประจำ Legoland

นอกจากโรงภาพยนตร์แล้ว ก็จะมีพื้นที่จำลอง ให้เป็นสถานีตำรวจและมีของเล่นบล๊อค Lego ให้เด็กๆได้ต่อเล่นกันตามใจชอบอีกแล้ว ประมาณว่าถ้าเด็กๆอยากเล่นของเล่น หรือผู้ใหญ่มาแล้วอยากนั่งพักในขณะที่เด็กๆยังไม่เหนื่อย ก็จับส่งโรงพัก เอ๊ย Police building นี่แหละ เวิร์คสุด

ส่วนของร้านค้าในโซนนี้จะมีอยู่ 3 ร้านด้วยกัน คือ “Lego City Shop” จำหน่ายสินค้าของเล่นธีม Lego City “Heartlake Shop” เน้นสินค้าธีมสำหรับผู้หญิงคือ Lego Friends และ Disney Princess (มีส่วนที่เกี่ยวกับ Disney ด้วย เห็นแมะ) แต่ที่เด่นที่สุดคือร้าน “Studio Store” ที่อยู่ตรงทางออกหลังจากที่เราชมภาพยนตร์ 4 มิติเสร็จแล้วคอนเส็ปท์ของร้านนี้จะจำหน่ายสินค้า Lego ในหมวดที่มาจากภาพยนตร์เรื่องต่างๆ รวมไปถึงพวก Super Heroes ทั้งของ DC Comic และ Marvel อีกทั้ง Star Wars ด้วย นอกจากนี้ก็ยังวางจำหน่ายสินค้าประเภทอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างพวกหนังสือที่ระลึก และวีดีโอเกมส์อีกด้วย รับรองว่าร้านนี้ถูกใจสาวกแน่นอน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มาดูส่วนของร้านอาหารกันบ้างดีกว่า ร้านอาหารหลักประจำโซนนี้มีชื่อว่า “Brick House Burgers” ครับ เมนูก็ตามชื่อร้านเลยคือเป็นอาหาร Fastfood ประเภท Hamburger เป็นหลัก โดยภายในร้านจะตกแต่งบรรยากาศออกแนวอเมริกันยุค 80 หน่อยๆ

แต่ถ้าอยากทานอะไรที่เป็น Snack รองท้องแบบพออิ่ม ก็มี ร้านจำหน่ายเมนู Hotdog ที่มีหน้าตาโดดเด่นมาก คือจะเป็นแป้งเหมือนแป้งพายและมีไส้กรอกเวียนนากรอบอร่อยเสียบไว้ให้เห็นและถ้าเป็นแบบราดชีสก็จะราดให้เห็นหน้าตาชีสเยิ้มๆเพื่อยั่วน้ำลายขึ้นไปอีก (มี 3 รสชาติด้วยกันคือธรรมดา แบบชีส และสไปซี่) ส่วนอีกร้านจะจำหน่ายเมนูเครื่องดื่มสมูทตี้เป็นน้ำผลไม้ปั่นให้เลือกประมาณ 6 รสชาติด้วยกัน

เดินเพลินจนลืมสังเกตว่าเวลานี้เลยเที่ยงจวนจะบ่ายเข้าไปละ งานนี้ผมก็เลยตกลงใจเลือกออเดอร์เมนู Hotdog ชีสทันทีเพราะเป็นคนชอบทานไส้กรอกอยู่ละ

……..แต่เดี๋ยวก่อน ! มีรีที่จะเอาแค่ Hotdog เปล่าๆ  เพราะเมื่อมีฟาสท์ฟู้ดอย่าง Hotdog ก็ต้องมีเครื่องเคียงเป็นมันฝรั่งทอด French Fries สิครับ แต่ไม่ใช่ว่าจะต้องเดินไปซื้อ French Fries เปล่าๆที่ร้าน “Brick House Burgers” หรอกนะ เพราะผมกลับเดินมุ่งหน้าไปยังโซน “Adventure” ที่อยู่ถัดจากนี้ไป และตรงมาที่ร้านจำหน่ายของว่างชื่อว่า “Oasis Snack” เพราะที่นี่มีเมนูเด็ดรออยู่ !!!!!!!!!!!!

“Oasis Snack” ร้านจำหน่ายเมนูของว่างประจำโซน Adventure ที่ห้ามพลาด !!!

เมนูที่ว่านั้นก็คือ ……………….

“Brick Fries” ครับ ซึ่งก็คือ French Fries ที่ทำให้เป็นรูปบล๊อคเลโก้นั่นเอง เป็น 1 ใน A Must ที่ผมตั้งใจเอาไว้ก่อนที่จะมาเที่ยวที่นี่เลยว่า มาแล้วต้องลองให้ได้ ไม่งั้นถือว่ามาไม่ถึง Legoland , Japan แน่นอน !!!
ซึ่งเจ้า Brick Fries ที่ว่านี้ก็มีจำหน่ายที่ร้าน Oasis Snack เท่านั้น ส่วนร้านอื่นๆจะเป็น French Fries ทั่วๆไปครับ

ไม่รอช้า รีบต่อคิวรอซื้อทันที เพราะเจ้าเมนูนี้เป็นสิ่งที่ใครๆก็อยากมาลองกันทั้งนั้น คิวต่อแถวเลยยาวอยู่ซักหน่อย พอได้มาก็เอามาจัดการถ่ายรูปก่อนเลย เพราะมันเป็น French Fries ที่กิ๊ปเก๋สุดๆ ทำได้เหมือนบล๊อคเลโก้จริงๆ โดยจะมีอยู่ 2 แบบครับคือเป็นบล๊อคยาวแบบ 4X1 และแบบ 2X2  ส่วนรสชาติก็อร่อยแบบมันฝรั่งทอดทั่วๆไปเลยครับ แต่จะกรุบกรอบเล็กๆตรงที่เป็นหัวบล๊อคกลมๆด้วย เลยช่วยทำให้เมนูนี้ดูพิเศษกว่าใคร  เห็นแล้วต้องปรบมือในความคิดของเชฟประจำ Legoland Japan ที่ช่างคิดขึ้นมาได้

เพื่อไม่ให้เสียเวลา….มาดูรูปกันแบบจัดเต็มกันเลยดีกว่า

อิ่มท้องเรียบร้อย ก็มาเดินเล่นในโซน Adventure กันต่อเลยครับ โซนนี้จะรวมเนื้อหาเกี่ยวกับการผจญภัยล้วนๆ โดยแบ่งตามธีมการผจญภัยจากของเล่น Lego 2 รูปแบบ ก็คือ ธีมผจญภัยในอียิปต์และการผจญภัยใต้ท้องทะเล พื้นที่ของโซนนี้ก็เลยมีขนาดเหมือนกับมีโซน 2 โซนเลยทีเดียว มาดูกันที่ดินแดนอียิปต์กันก่อนดีกว่าครับ

โซนอียิปต์นี้จะมีการตกแต่งพื้นที้ให้เหมือนราวกับว่าเรากำลังหลงยุคเข้ามาอยู่ในอาณาจักรแห่งคุตันคาเมนจริงๆครับ โดยเค้าจำลองให้เป็นลานหน้าวิหารโบราณหลังใหญ่ และประดับด้วยต้นปาล์ม ได้บรรยากาศเหมือนอยู่ในดินแดนแห่งทะเลทรายจริงๆ โดยเครื่องเล่นไฮไลท์ประจำธีมอียิปต์นั้นมีชื่อว่า “Lost Kingdom Adventure” ตัวเครื่องเล่นจะมีรูปร่างเหมือนรถผจญภัยและมีปืนไฟฉายอยู่ข้างหน้า ตัวรถจะวิ่งไปตามรางครับ แล้วเราก็ต้องใช้ปืนไฟฉายนี่แหละส่องไปยังเครื่องหมายสัญลักษณ์ที่ปรากฏอยู่ตามทาง แล้วก็จะมีพร๊อพของตัวละครหรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับโลกไอยคุปต์ที่สร้างขึ้นด้วยบล๊อคเลโก้ล้วนๆโผล่ออกมาราวกับว่าเราหลงเข้าไปในวิหารของฟาโรท์นั่นล่ะ  ซึ่งถ้าใครที่เคยเล่นเครื่องเล่น Buzz Lightyear หรือ Monster Inc. ที่สวนสนุก Hong Kong Disneyland หรือ  Tokyo Disneyland มาแล้วก็จะได้อารมณ์ประมาณคือๆกันนั่นล่ะ
(พอเดินออกมาจากเครื่องเล่น จะมีมุมร้านถ่ายรูปที่เค้าถ่ายภาพเราระหว่างอยู่บนเครื่องเล่นเอาไว้ แล้วก็มีบริการอัดจำหน่ายและใส่กรอบเป็นที่ระลึก ตามสไตล์ของสวนสนุกทั่วไปด้วยครับ ถ้าสนใจก็ซื้อได้ ถัดมาจะเป็นมุมเล่นบล๊อคเลโก้อีกแล้ว มีของเล่นเลโก้วางไว้ให้คนที่อยากเล่นของเล่นเลโก้ได้จับหยิบมาต่อเล่นกันเช่นเคย แหม่…. Hard Sales จริงๆ)

นอกเหนือจากนี้ก็จะเป็นเครื่องเล่นที่เน้นไปที่เด็กอีกแล้วครับ ทั้งเครื่องเล่นทรงหอคอยที่จะยกเราขึ้นไปสูงๆแล้วดิ่งลงมา แต่ขอโทษเหอะ…อันนี้สำหรับเด็กเท่านั้น !!! อีกอันก็คือ “Pharaoh’s Revenge” ฟังชื่อดูน่าสนใจ แต่ข้างในจะเป็นเหมือนบ้านสวนสนุกสำหรับเด็กคล้ายๆบ้านบอลลูนตามFood Center ในห้างบ้านเรา แต่จะมีอะไรให้เล่นเยอะกว่า มีที่ผู้ใหญ่เราพอจะเล่นได้บ้างก็คือ เครื่องเล่น Cargo Ace เป็นเครื่องบินแต่วิ่งเหนือพื้นดินนิดนึง แล้วก็หมุนวนไปเรื่อยๆแบบชิลๆแบบว่าดีกว่าไม่มีอะไรให้เล่นประมาณนั้น >_<

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ผมก็ชอบบรรยากาศของโซนนี้นะ มีจุดให้ถ่ายรูปแบบเพลินๆเยอะดีด้วย อ้อ สำหรับร้านค้าในโซนนี้จะมีร้านจำหน่ายสินค้าอยู่ 1 ร้านครับ เน้นจำหน่ายสินค้าทั่วๆไปในหมวดผจญภัย แต่ที่เน้นหนักเป็นพิเศษก็คือธีม NinjaGO ครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วาร์ปจากดินแดนแห่งทะเลทรายร้อนแรงไปยังโซนใต้สมุทรกันดีกว่าซึ่งจะตกแต่งบรรยากาศออกมาแบบตรงกันข้ามเลย ทำพื้นที่เป็นเหมือนโขดหินมีบึงน้ำและเครื่องเล่นที่เกี่ยวกับน้ำเป็นหลัก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เครื่องเล่นประจำโซนนี้คือ Submarine Adventure ครับ ภาพเรือดำน้ำข้างบนนี้คือบริเวณด้านหน้าเครื่องเล่นนั่นเอง ลักษณะของมันก็คือการนั่งเรือดำน้ำแล้วลงไปผจญภัยในโลกใต้ท้องทะเล แล้วจะได้ชมปลาพันธุ์ต่างๆขนาดน้อย ใหญ่ว่ายวนไปมา พร้อมกับพร๊อพตัวต่อเลโก้ที่จำลองเป็นปลา หรือสัตว์ใต้ทะเลบ้าง อุปกรณ์ใต้น้ำบ้าง นักประดาน้ำบ้าง ปลาที่ว่านี่ก็เป็นปลาจริงๆนะครับ เพราะที่ดำลงไปนี่ก็คือลงไปในน้ำจริงๆไม่ใช่แค่มโนว่าลงไปในน้ำ ซึ่งตรงนี้เป็นเหมือนเป็นการโปรโมตอแควเรียม SEA LIFE PARK ที่จะเปิดให้บริการในปีหน้าด้วยแน่ๆนอน (พอออกมาจากเครื่องเล่นก็จะเจอร้านจำหน่ายสินค้า ในธีม Lego แนวผจญภัยใต้น้ำ)


อีกตัวคือ S.Q.U.I.D Surfer เป็นเครื่องเล่นแบบกลางแจ้งตั้งอยู่ตรงกันข้าม ลักษณะเป็น Jetski ที่วิ่งไปบนผิวน้ำวนไปมา แต่ไม่ใช่แค่นั้น !!! เพราะบริเวณนอกรั้วรอบๆเครื่องเล่น จะมีแท่นที่เหมือนปั๊มน้ำตั้งอยู่รอบๆ ให้ใครที่เดินไปมาได้มากดเล่น พอได้ซักพักนึงก็จะเกิดเป็นระเบิดน้ำขนาดใหญ่บอมบ์ขึ้นมาจากผิวน้ำตรงเครื่องเล่น S.Q.U.I.D Surfer ครับ ถ้าดวงนำพามาให้นั่งเครื่องเล่นมาโป๊ะกับจุดที่ระเบิดพอดีก็เป็นอันเปียกไปตามๆกัน แถมยังมีลูกหลงกระเด็นออกมาโดนคนที่เดินผ่านไปมารอบๆได้อีก เป็นอะไรที่มันส์มากๆหากจะเอาไว้แกล้งกันเลย

เครื่องจุดระเบิดน้ำเพื่อยิงใส่ยาน Jet ski ถ้าเข้าล๊อคก็จะได้บอมบ์น้ำพุ่งกระจายเปียกกันไปหมด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สำหรับร้านอาหารประจำโซนนี้ พิเศษหน่อยครับ เพราะเป็นแนว Buffet เอาใจคนชอบกินจุเป็นหลัก โดยเมนูอาหารจะเป็นแนว Pizza  และ Pasta หน้าตาน่ากินทีเดียว

แล้วก็มาถึงโซนสุดท้ายแล้ว แถมยังเป็นโซนที่ไม่ควรพลาดเด็ดขาด นั่นก็คือ  “Miniland” หรือเมืองจำลองที่ใช้บล๊อคเลโก้ล้วนๆมาต่อให้เป็นเมืองจำลองขนาดย่อมๆนั่นเอง และเป็นโซนที่มีใน Legoland ทุกๆแห่งโดยจะแตกต่างกันไปในแต่ละที่ด้วย เพราะสิ่งก่อสร้างที่เค้าจำลองขึ้นมาก็จะเป็นไปตาม location ของ Legoland ที่นั้นๆ เพราะฉะนั้น เมือง Miniland ใน Legoland Japan จะเต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างจำลองจากอาคาร, สถานที่ต่างๆทั่วทั้งญี่ปุ่น

เริ่มตั้งแต่ทางเหนือจากเกาะ Hokkaido ลงมาจนถึง Kyushu เลยก็ว่าได้ รวมไปถึงสิ่งก่อสร้างจำลองเป็นเมืองใหญ่จากโตเกียวและโอซาก้า วัดวาอารามต่างๆ ปราสาท และที่สำคัญก็คือสิ่งก่อสร้างต่างๆที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดไอจิ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Legoland Japan ก็ต้องมีเหมือนกัน  นอกจากสิ่งก่อสร้างแล้วก็ยังมีบล๊อคทีจำลองให้เป็นคนและพาหนะต่างๆอีกด้วย บางที่ก็ใช้ตัว Minifigure Lego ไปเลย จะได้สมกับที่เป็นเมือง Lego แถมบางจุดจะมีแท่นปุ่มตั้งเอาไว้ด้านหน้า ถ้ากดแล้วก็จะมีลูกเล่นต่างๆของสิ่งก่อสร้างตรงนั้นให้ชมด้วย อย่างเช่นมีเสียงเพลง หรือมีการเคลื่อนไหวไปมาได้อีก

บอกได้เลยว่ามันเยอะมากๆครับ ดูกันจนเพลินเหมือนมาที่นี่แล้วได้เที่ยวทั่วญี่ปุ่นเลยละ ทั้งนี้ ถ้าเป็นช่วงตกเย็น ท้องฟ้าเริ่มมืด เค้าก็จะเปิดไฟไปทั่วบริเวณและที่ตัวสิ่งก่อสร้างอีกด้วย ก็ทำให้เราได้เห็นบรรยากาศของ Miniland ยามค่ำคืนที่สวยงามไปอีกแบบนึง

ถึงตรงนี้….ก็พาเดินจนทั่วครบทั้ง 7 โซนเป็นที่เรียบร้อยครับ ก่อนจะกลับ แนะนำให้หาโอกาสขึ้นไปนั่งเครื่องเล่นหอคอย Observation Tower อีกรอบก็ดี จะได้เห็นวิวสวยๆรอบอ่าวนาโกย่าในแบบยามเย็นอีกแบบนึงครับ

ปิดท้ายด้วยการกลับมายังบริเวณโซน Factory หรือส่วนต้อนรับด้านหน้าปาร์กอีกครั้ง เพื่อเดินเล่นช้อปปิ้งส่งท้ายในร้านจำหน่ายสินค้า Lego ที่ใหญ่ที่สุดของ Legoland นั่นก็คือร้าน “The Big Shop” ซึ่งรวบรวมสินค้า Lego ทุกประเภทเอาไว้ทั้งหมด รวมถึงสินค้าบางอย่างก็เป็น Exclusive ในธีม Legoland Japan ซึ่งวางขายเฉพาะที่นี่เท่านั้น ระวังอย่าช้อปกันจนเพลินเกินขนาดกระเป๋าก็แล้วกัน เพราะกล่อง Lego ก็ค่อนข้างใหญ่ เดี๋ยวจะกินพื้นที่ว่างในกระเป๋าไปซะก่อน

พอช้อปเสร็จแล้ว ก็ได้เวลากลับออกมาจากปาร์กแล้วครับ แต่ถ้าเดินออกมาจากปาร์กไม่ทันไรก็จะเจอกับร้านค้าต่างๆใน “Maker’s Pier” ซึ่งเป็น Shopping Mall ขนาดย่อมๆ มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร เกมเซนเตอร์ แม้แต่เครื่องเล่นจำลองอย่างบ้านผี ! อย่างไรก็ตาม ที่นี่เค้าปิดเร็วเหมือนกันครับ ถ้าเราออกมาจาก Legoland ตอนค่ำมากๆร้านค้าบางร้านก็ปิดแล้ว

ถึงตรงนี้ ขอส่งท้ายด้วยภาพบรรยากาศยามค่ำคืนของ Legoland อีกเล็กน้อย และบริเวณด้านหน้า Legoland Japan อีกนิดครับ เพื่อเป็นการปิดท้ายการพาไปชม Legoland Japan ในตอนนี้ จะบอกว่าบรรยากาศยามค่ำของที่นี่นอกจากจะเปิดไฟตรงบริเวณโซน Miniland แล้ว จุดอื่นๆเค้าก็เปิดไฟเหมือนกันนะ

เป็นไงบ้างครับ กับการรีวิวพาชม Legoland Japan สวนสนุกระดับโลกแห่งที่ 3 ของญี่ปุ่น ถึงตรงนี้น่าจะช่วยในการตัดสินใจของหลายๆคนได้บ้างว่า การไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งต่อไป จะไปเที่ยวที่นี่ไหม ?
ทั้งนี้ บางคนดูแล้วอาจจะรู้สึกผิดหวังไปบ้างว่าทำไมเครื่องเล่นที่นี่มีแต่ของเด็กๆทั้งนั้นเลย ทำไมถึงไม่มีเครื่องเล่นที่โหด เสียว หรือน่าตื่นเต้นอย่างฟูจิคิวหรือ Universal บ้าง ตรงนี้คงต้องอธิบายเพิ่มเติมอีกทีว่า คอนเส็ปท์ของที่นี่ จะค่อนข้างเป็นสวนสนุกสำหรับครอบครัวมากกว่าครับ ( Children’s/Family theme parks) คือให้ผู้ใหญ่ หรือพ่อแม่ ได้พาลูกๆมาเที่ยว และมาเล่นในบรรยากาศที่มาจากของเล่น Lego ที่กลายมาเป็นอาณาจักร Lego ของจริง และเป็นการช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง ดังจะเห็นได้ว่าเครื่องเล่นหลายๆตัวนั้น เค้าก็พยายามจะสร้างขึ้นมาเพื่อให้เด็กและผู้ปกครองได้ขึ้นไปเล่นด้วยกันนั่นเอง
(จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ Legoland Discovery Center เค้าออกกฏว่าถ้าใครไม่มีเด็กเข้ามาด้วย จะไม่สามารถเข้าไปด้านในได้)
สำหรับใครที่เป็นคนที่ชื่นชอบของเล่นเลโก้อยู่แล้วคงไม่ต้องพูดถึงเพราะมาที่นี่ก็น่าจะฟินกับบรรยากาศไปแล้วส่วนหนึ่ง ส่วนคนที่ไม่เคยเล่นหรือไม่เคยสัมผัสโลกของ Lego มาก่อน ขอแนะนำให้ลองหาของเล่นเลโก้เล็กๆมาลองต่อเล่นดูซักชิ้นก่อนจะมาที่นี่ก็ดีครับ จะได้เห็นภาพความน่าสนใจของของเล่นบล๊อคพลาสติกเหล่านี้มากขึ้นอีกซักหน่อย ไม่แน่นะ…พอออกมาจาก Legoland แล้วอาจจะเกิดอาการติดใจจนต้องไปตามหาของเล่น Lego มาเล่นอีกก็ได้ ใครจะรู้

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสวนสนุกและพิพิธภัณท์ของญี่ปุ่นได้ที่ https://web.facebook.com/JapanThemeparkMuseum

———————————————————————————————–

ข้อมูลเพิ่มเติม :
Website Legoland Japan (มีเมนูภาษาอังกฤษ) : https://www.legoland.jp
Download ไฟล์แผนที่ของ Legoland ในรูปแบบ pdf file ได้ที่ https://endpoint914628.azureedge.net/globalassets/pdfs/uvid-495dc2/parkmap_en_170317.pdf

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *