“Pixar Playtime” อีเวนท์พิเศษสำหรับคนรัก Pixar ครั้งแรก! ที่ Disney Sea

ใครที่เป็นสาวก Pixar รับรองว่าจะต้องสนใจอีเวนท์นี้ที่ Tokyo DisneySea แน่นอนครับ วันนี้ผมเลยขอนำรายละเอียดของอีเวนท์นี้มาบอกกันซะหน่อย เผื่อว่าใครที่วางแผนเอาไว้จะได้เก็บเป็นข้อมูลเตรียมไปตะลุยดินแดน Pixar ที่นี่กัน โดยกำหนดการของกิจกรรม Pixar Playtime นี้่เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 มกราคมไปจนถึง 19 มีนาคม 2018 นี้

สำหรับ “Pixar Playtime” นี้ ถือเป็นครั้งแรกเลยสำหรับอีเวนท์ในธีมการรวมตัวละครทั้งหมดจากการ์ตูนในค่าย Disney/Pixar ที่จัดขึ้นในสวนสนุก Tokyo Disneyland Resort โดยเฉพาะ แถมยังเจาะจงมาลงที่ Tokyo DisneySea ซะด้วย ซึ่งก็น่าจะดูเข้ากันอยู่เพราะในปัจจุบันที่นี่ก็มีทั้งโซน Toy Story ที่มีเครื่องเล่น “Toy Story Mania” และเครื่องเล่น “Nemo & Friends SeaRider” อยู่แล้ว จึงไม่แปลกเลยหากจะเปลี่ยนที่นี่ให้เป็นอาณาจักรของ Pixar ได้ง่ายกว่า

 

 

 

 

 

 

 

สำหรับคอนเส็ปท์ของ “Pixar Playtime” นั้น ก็เป็นการเน้นในเรื่องราวที่เกี่ยวกับการละเล่นเป็นหลัก ตามชื่อของคำว่า “Playtime” นั่นเอง ซึ่งถ้าดูจากภาพโปรโมตที่ออกมาก็จะเห็นเป็นภาพของเหล่าตัวละคร Pixar ยืนอยู่บนแผ่นบอร์ดเกมส์ที่เห็นแล้วก็ชวนให้แปลกตาไม่น้อย  ทางปาร์กก็เลยเนรมิต Tokyo DisneySea ให้เป้นเหมือนกับแผ่นกระดานบอร์ดเกมส์ขนาดใหญ่ และก็มีเส้นทางเดินตามแบบของเกมส์ให้ไปตามจุดต่างๆที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน , การแสดงโชว์, เมนูของกินประเภทต่างๆ ที่ทุกๆอย่างล้วนมีความเป็น “Pixar” เต็มพิกัดจริงๆ

ทั้งนี้ ในการไปเยือนตามจุดของซุ้มเกมส์ ร้านค้า , ร้านอาหารหรือการแสดงโชว์ต่างๆ เราจะได้รับสติกเกอร์ลายตัวละคร Pixar มาสะสมโดยแบ่งพื้นที่ไปตามการ์ตูน Pixar เรื่องต่างๆทั้งหมด 4 เรื่องด้วยกันได้แก่ Cars, Finding Nemo, Up และ Ratatouille ซึ่งก็จะออกคล้ายๆ Stamp Rally ให้เราล่าสติกเกอร์มาสะสมไปด้วยนั่นเอง

และด้วยเหตุนี้เอง การตกแต่งในบริเวณ DisneySea ครั้ง จะมีลักษณะเหมือนเราอยู่ในโลกของบอร์ดเกมส์จริงๆ มีทั้งทางเดินที่ราวกับว่าเราเดินอยู่บนเส้นทางเดิน และมีซุ้มเกมส์ต่างๆอยู่ในแต่ละจุด ซึ่งจะอ้างอิงไปที่หนังของ Pixar แต่ละเรื่องอย่างเช่น “Ratatouille” ก็จัดเป็นลักษณะเหมือนห้องครัวของ Remy (ใกล้ๆกับทางเข้า Mysteriuos Island)หรือ “UP” ก็เป็นบ้านของคุณปู่คาร์ลไปเลย (ที่โซน Lost River Delta) หรืออย่าง “CARS” ก็ทำเป็นสนามแข่งรถจำลองครับ (ที่โซน American Waterfront) ส่วนเกมส์ในแต่ละซุุ้มนั้นจะเป็นอย่างไร และมีของรางวัลอะไรแจกนั้น รายละเอียดคงต้องรอดูอีกทีตอนใกล้ๆอีเวนท์อีกครั้งหนึ่ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

-Show and Entertainment-

สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการแสดงโชว์พิเศษประจำอีเวนท์ครับ การแสดงหลักของงานนี้มีชื่อว่า “Pixar Playtime Pals” จัดที่กลางบึงน้ำของ Mediterranean Harbor โดยลักษณะของโชว์จะมาเป็นแนวผสมเกมส์ครับ ซึ่งไม่รู้จะมาแบบไหนเหมือนกัน แต่เริ่มจากเหล่าตัวละคร Disney Pixar จะมาชวนผู้ชมเล่นเกมสนุกๆจำนวน 3 เกมส์ที่อ้างอิงมาจากการ์ตูนเรื่อง “Toy Story” , “The Incredibles” และ “Finding Nemo” หากเล่นครบสมบูรณ์ก็จะสามารถปลดล๊อคตัวละครจากการ์ตูน Pixar เรื่องอื่นๆทยอยกันออกมาให้เล่นเกมร่วมกันอีก เป็นการเพิ่มความสนุกสนานของโชว์นี้ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น (การแสดงวันละ 2-3 รอบ รอบละ 25 นาที)

“Pixar Pals Steamers” เป็นอีกหนึ่งโชว์ที่เหล่าตัวละครของ Disney/Pixar จะปรากฏตัวโดยนั่งบนเรือ DisneySea Transit Steamer Line ออกมาพบปะกับแฟนๆนักท่องเที่ยว เสมือนเป็นการต้อนรับเข้าสู่ดินแดนแห่งเกมส์ของ Pixar  (การแสดงวันละ 2-3 รอบ รอบละ 20 นาที) 

และสำหรับคนที่ชื่นชอบเจ้ารถแข่ง Lightning Mc Queen งานนี้เค้าก็จะมาปรากฏตัวด้วยเหมือนกัน โดยจะออกมาให้แฟนๆได้พบกันที่โซน American Waterfront แล่นไปตามทางถนนของโซน New York (การแสดงวันละ 2-3 รอบ รอบละ 20 นาที) 

และสำหรับคนที่เป็นแฟนๆของเจ้าหนู “Remy” จาก Ratatouille ก็จะได้พบกับเจ้าหนูตัวนี้ที่หน้าร้านอาหาร  Zambini Brothers’ Ristorante ที่โซน Mediterranean Harbor ที่จะแปรสภาพว่าเป็นร้านอาหารฝรั่งเศสชั่วคราว และมีการแสดงโชว์เล็กๆน้อยๆมีเนื้อเรื่องประมาณว่า เชฟประจำร้านอาหารพยายามปรุงอาหารเพื่อเสิร์ฟลูกค้าแต่ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า เจ้าหนู Remy เลยต้องออกมาช่วยเหลือโดยนำทีมเชฟและเชิญชวนผู้ชมให้มาร่วมปรุงอาหารด้วยกันจนได้เป็นเมนูอาหารมื้อพิเศษ(การแสดงวันละ 2-4 รอบ รอบละ 20 นาที) 

 

-Goods-

สำหรับสินค้าที่จะวางจำหน่ายนั้น แน่นอนว่าจะต้องอ้างอิงความเป็นบอร์ดเกมส์ตามคอนเส็ปท์ครับ ดีไซน์จึงค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์และมีความสวยงามแตกต่างกับสินค้าตัวละคร Pixar ทั่วๆไป แถมบางอย่างยังแอบใส่กิมมิคในเรื่องของเกมเข้ามาด้วย อย่างเช่นพวงกุญแจที่สามารถหมุนคันโยกเหมือนเครื่องสลอตแมชชีน หรือกดปุ่มแล้วเข็มจะหมุนวนแบบเกมแจ๊คพ๊อต  นอกนั้นก็เป็นสินค้าทั่วๆไปอย่างเช่นแผ่นรองนั่ง กล่องกระดาษทิชชู่ หรือขนม เอาแค่นี้ก็ชวนให้เสียตังละครับ เพราะยอมรับว่าดีไซน์เค้าสวยจริงๆ

นอกจากนี้ก็ยังมีสินค้าในธีมคาแรคเตอร์ตัวละคร Pixar ที่ทำออกมาเป็นสไตล์การ์ตูนน่ารักๆออกแนวคิกขุสไตล์ญี่ปุ่น มีทั้งดีไซน์ทำเป็นหมวกหูมิกกี้เมาส์ที่เลือกเอาภาพตัวละคร Pixar มาวางตรงตำแหน่งหูได้ (เป็นสติกเกอร์ที่เราต้องซื้อแยกแล้วมา D.I.Y. เอาเอง) สำหรับคนที่จำเจ้าลูกบอล Luxo สัญลักษณ์ของ Pixar ได้ เค้าก็มีขายด้วยเหมือนกัน

ไม่ใช่แค่นี้ ยังมีสินค้าหมวดตัวละคร Pixar อื่นๆออกมาอีกมากมาย เรียกได้ว่าใครชอบการ์ตูน Pixar เรื่องไหนก็มีออกมาให้เลือก ซึ่งรวมไปถึงสินค้ากลุ่ม Toy Story และ finding Nemo ที่มีขายเป็นหลักใน Disney Sea อยู่แล้วก็อาจจะมีเป็น Collection ใหม่ตามออกมาเช่นเดียวกัน

แต่ที่พึคที่สุด และ แฟนตัวจริงของ Pixar น่าจะอยากได้มาครอบครองที่สุดก็คือ สินค้าที่นำเอาสัญลักษณ์ของ Pixar มาเป็นจุดเด่น อย่างภาพด้านบนนี้เลยครับ อย่างเช่นกระเป๋าผ้า หรือชุดเครื่องเขียน มีทั้งแบบโทนสีขาวดำคลาสสิคสำหรับผู้ใหญ่ ถ้าเอาแนวเด็กๆลงมาหน่อยก็จะเป็นเซ็ตที่มีภาพตัวการ์ตูนน่ารักๆแซมเข้ามาด้วย บอกเลยว่า อันนี้ถ้าช้าอาจจะมีขาดตลาดแน่นอน

สำหรับคนที่ใช้บริการถ่ายภาพจากตากล้องของปาร์ก ตรงจุดที่เป็น Greeting ด้านหน้าปาร์กบริเวณลานลูกโลก Aqua Sphere และตรงหน้าอาคารเข้าสู่ภายในปาร์ก ถ้าสั่งบริการอัดรูปพร้อมกรอบที่ระลึก ก็จะได้กรอบเป็นลาย “Pixar Playtime” สวยๆด้วย สนนราคาชุดละ 1,540 เยนเท่านั้น ภาพกรอบที่ระลึกก็ตามแบบด้านล่างนี้เลยครับ

-Special Menu-

ในส่วนของเมนูพิเศษที่วางจำหน่ายภายใน Tokyo DisneySea เค้าจัดแบ่งหมวดอาหารอ้างอิงรูปแบบของการ์ตูน Disney/Pixar แต่ละเรื่องไปเลย เริ่มจากไฮไลท์ก่อนเลยก็คือ เมนุอาหารจากการ์ตูนเรืิ่อง “Coco” ที่เข้าฉายและกำลังมาแรงในขณะนี้ โดยจำหน่ายที่ร้านอาหาร “Miguel’s El Dorado Cantina”  ในโซน Lost River Delta ซึ่งมีธีมของร้านเป็นแบบเม็กซิกันสไตล์และมีอาหารแนวเม็กซิกันบริการ อย่างเช่น ทาโก้ หรือ ซัลซ่าให้ลองชิม (ที่สำคัญ เหมือนบังเอิญมากๆที่ชื่อร้าน ยังเป็นชื่อเดียวกับตัวเอกของเรื่องคือ “Miguel” อีกด้วย)
สำหรับเมนูพิเศษจาก Coco นี้มีชื่อว่า “Miguel no Osusume Set” หรือแปลว่า เมนูแนะนำของ Miguel นั่นเอง เป็นข้าว Butter Rice มาคุ่กับไส้กรอกและซอสเนื้อแบบเผ็ดสไตล์เม็กซิกันพร้อมด้วยเครื่องเคียงเป็นอาโวคาโดและปลาแซลมอน ราคาชุดละ 1,580 เยนครับ นอกจากนี้ก็ยังมีเครื่องดื่ม Sparkling Fruit ที่มีส่วนผสมของผลไม้ดื่มแล้วเย็นซ่าชื่นใจ ราคาแก้วละ 340 เยนอีกด้วย

ถัดมาเป็นเมนูอาหารจากธีม Toy Story ครับ เป็นชุดอาหาร Toy Story Set ประกอบด้วย ข้าวผัดและกุ้งทอดกับผักราดด้วยครีมซอสไก่เสิร์ฟคู่กับสลัดและขนมหวานมูสไวท์ชอคโกแลต ราคาเซ็ตละ 1,580 เยน จำหน่ายที่ร้าน “Yucatan Base Camp Grill” ในโซน lost River Delta เช่นเดียวกัน แต่ถ้าอาหารชุดมันเยอะเกินไป ก็มีของกินแนว Snack หลากหลายแบบทั้ง โมจิเอเลี่ยน(ที่เป็นของยอดฮิตอยู่แล้ว), พายไส้กรอกชิ้นยาวเลียนแบบเจ้าหมาสลิงกี้ด๊อก(อันนี้อร่อยจริง เคยลองละ) และ ขนมปังไส้ไข่และแกงกะหรี่ อันนี้มีขายแบบเป็นเซ็ตรวมกันในราคา 1,150 เยนด้วย ที่ร้าน “Mamma Biscotti’s Bakery” ตรง Mediterranean Harbor ครับ

สำหรับแฟนๆของไมค์และซัลลี่จาก Monster Inc. ควรมาที่ร้าน เพราะเค้ามีเมนูอาหารเป็นของว่างชื่อว่า “James P. Sulliman” หรือซาลาเปาของซัลลี่ (เล่นุมขแผลงคำจากชื่อจริงคือ James P. Sullivan) เป็นซาลาเปาสีฟ้าแต้มจุดม่วงเหมือนสีของซัลลี่ ด้านในเป็นไส้ ไก่สับผสมข้าวโพด (ราคา 500 เยน) , ถ้าชอบเป็นเมนูอาหารเซ็ตก็มีอาหารชุด “Monster Inc. set” ประกอบด้วย ติ๋มซำ 3 ชิ้นที่มีรูปหน้าเจ้าไมค์อยู่ในนั้น, พร้อมกับข้าวผัดหรือบะหมี่น้ำให้เลือกตามใจชอบ ตบท้ายด้วยขนมหวานมูสโรลเค้กรสแอปริคอตอีก 1 ชิ้นพร้อมเครื่องดื่ม (ราคา 1,780 เยน) ที่ร้าน Volcania Restaurant ในโซน Mysterious Island , อีกแบบหนึ่งเป็นเซ็ตแนวอาหารอิตาเลียน ประกอบด้วย ซุปผัก , พาสต้าที่เลือกเมนูได้ตามใจชอบ และขนมหวาน (ราคาชุดละ 1,780 เยน) ที่ร้าน Cafe Portofino ในโซน Mediterranean Harbor ซึ่งที่นี่จะมีเมนูเครื่องดื่มพิเศษ “Monster Inc. Drink” ให้เลือกด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มาที่แฟนๆของ CARS อันนี้เป็นเมนูเบอร์เกอร์หมูรมควันและชีส ตัวแป้งจะมีสีแดงแบบ McQueen เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งทอดและเครื่องดื่ม (ราคา 1,150 เยน) ที่ร้าน New York Deli

ส่วนเมนูในธีม Finding Nemo จะมีทั้งขนมหวานชูรอส รสส้ม ที่มีลวดลายเหมือนเจ้า Nemo (350 เยน) และมีขนมเค้ก Coral Reef Cake  รสโยเกิร์ตและมูสราสเบอรี่ (ราคา 1,600 เยน) จำหน่ายที่โซน Port Discovery ซึ่งเป็นทีตั้งของเครื่องเล่น Nemo&Friends Searider ครับ

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ก็คือเมนูเครื่องดื่มในธีมจากการ์ตูนเรื่อง “Up” เป็นเมนูเครื่องดื่มของคุณปู่คาร์ล รสสัปปะรดที่มีฟองแปะบนหน้าคล้ายเบียร์ซึ่งมีแบบจำหน่ายพร้อมช้อนที่ระลึกให้เลือกด้วย ถ้าเครื่องดื่มเฉยๆก็ 400 เยน เพิ่มช้อนก็ 800 เยนครับ

สุดท้าย เป็นเมนูอาหารในหมวดของ Ratatouille (ที่ไม่รู้ว่าเจ้าหนูเรมี่เป็นคนทำหรือเปล่า?) เป็นเซ็ตอาหารชุดราคา 8,020 เยน ออกแนวเลิศหรูดูไฮโซ เพราะจำหน่ายที่ร้าน Magellan’s ตรงภูเขาไฟที่โซน Mysterious Island นั่นเอง

สำหรับสินค้าหมวดภาชนะที่ระลึกนอกจากช้อน (ที่จำหน่ายคู่กับเครื่องดื่มในธีมของ “UP” แล้ว) ก็ยังมีขนมหวาน คัพเค้กจำหน่ายพร้อมชามลาย Pixar Playtime ราคา 750 เยน, ถาดใส่อาหารลาย Pixar Playtime ราคา 1,00 เยน และกระเป๋าใส่อาหารราคา 870 เยน โอ้ว…มันเยอะจริงๆ

ในส่วนของตลับใส่ขนมหวานประเภทเยลลี่ีบีนและชอคโกแลต มีทำออกมา 2 แบบด้วยกัน เป็นแบบของตู้เครนเกมส์กดตุ๊กตาเอเลี่ยนจากใน Toy Story ภาคแรกและหัวของ Woody ที่ทำตามแบบของหน้าวู้ดดี้ตรงเครื่องเล่น Toy Story Mania อันโด่งดัง ราคาชิ้นละ 780 เยนรวมขนมข้างในครับ

สำหรับผู้ที่เป็นนักสะสมถังป๊อปคอร์น ในอีเวนท์นี้ไม่มีถังป๊อปคอร์นลายใหม่ๆออกมา แต่ว่าทางปาร์กเค้าก็รวมเอาถังที่เป็นลายคาแรคเตอร์การ์ตูน Pixar มาจำหน่ายไว้ที่นี่ด้วย มีทั้งเจ้า McQueen, Nemo และ Buzz Lightyear ในยานอวกาศ สวยๆทั้งนั้นเลยแหละ  (ใบละ 2,300 เยน)

-Disney Resort Line-

ฝั่งของรถไฟโมโนเรล Disney Resort Line นั้น ก็ไม่พลาดที่จะร่วมแจมในอีเวนท์นี้ด้วย โดยมีการตกแต่งพื้นที่ต้อนรับที่โถงตรงสถานีรถไฟ Disney Resort Gateway station ด้วยภาพธีมที่โปรโมต ที่จะมีขบวนรถที่ตกแต่งด้วยลวดลายของอีเวนท์ตลอดทั้งคัน ตั้งแต่ด้านนอกจนถึงด้านในเลย

 

 

 

 

 

 

นอกจากนี้ยังออกวางจำหน่ายบัตร Day Pass ที่มีลวดลายเป็นภาพรวมตัวละครของ Disney/Pixar ซึ่งแม้แต่ Coco ก็ยังมารวมอยู่ในนี้ด้วย

 

-Hotel-

และทางฝั่งของโรงแรมในเครือ Disney Hotels ก็ร่วมกิจกรรมกับเค้าด้วย
โดยโรงแรม Disney Ambassador Hotel นั้นจะจัดทำการ์ดเข้าห้องพักให้แก่แขกที่มาพักด้วยลวดลายตามแบบภาพโปรโมต แถมยังมีถุง Souvenir ที่มีของที่ระลึกข้างในแถมมาให้ด้วย

เท่านั้นยังไม่พอ เค้ายังมีแจกโปสการ์ดลายพิเศษที่ไม่ได้วางขายทั่วไปไว้ในห้องพักอีกตะหาก

 

 

 

 

 

 

นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูอาหารพิเศษสำหรับแขกของโรงแรมไว้ด้วยเหมือนกัน (แต่คนนอกก็ไปทานได้นะ) อย่างที่ โรงแรม Disney Ambassador Hotel ในแต่ละร้านอาหารของโรงแรมทั้งภัตตาคาร หรือเบเกอรี่(ประมาณ 5 ร้าน) จะมีเมนูพิเศษในธีม Pixar จำหน่ายเช่นกัน แถมยังมีชุดแก้วที่ระลึกพร้อมเครื่องดื่มให้นักสะสมแก้วของ Disney Parks อีกด้วย

ห้องอาหาร Chef Mickey เป็นแนวบุฟเฟ่ต์ธีมอาหาร Pixar ราคาต่อหัวมืิ้อกลางวันสำหรับผู้ใหญ่ 4,200 เยน มื้้อเย็น 5,500 เยน
เมนูเซ็ตของหวานที่ Lobby Lounge เป็นชุดเค้กจาก CARS ราคาเซ็ทละ 1,600 เยน
เซ็ตเมนูแบบญี่ปุ่นที่ห้องอาหารญี่ปุ่น Hana มีทั้งแบบเซ็ตละ 5,000 เยน หรือ 10,000 เยน
เมนูเครื่องดื่มคอกเทลแบบไร้แอลกอฮอล์ที่หน้าตาน่าทานมากๆ มาพร้อมแก้วที่ระลึกสุดสวยงาม แต่ราคาสุดโหดเล็กๆที่ราคาเซ็ตละ 1,860 yen (ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา…..)

 

ไม่ใช่แค่นั้น เพราะทางโรงแรม Tokyo DisneySea Mira Costa ซึ่งเป็นโรงแรมประจำปาร์ก DisneySea ก็มีเมนูอาหารเซ็ตในหมวด Pixar ออกมาบริการแขกด้วยเหมือนกัน

ห้องอาหาร Oceano มีทั้งเมนูอาหารแบบคอร์ส และทั้งแบบบุฟเฟ่ต์ มีให้เลือกได้ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น มีตั้งแต่ 4,000 จนถึง 10,000 เยนเลย
ห้องอาหาร Bella Vista Lounge นำเสนออาหารชุด Launch Course หรือ Dinner Course ราคาระหว่าง 5,000 – 10,000 เยน
ทางฝั่งของโรงแรมนี้ ก็มีแก้วที่ระลึกเช่นกัน เป็นเมนูคอกเทลแบบไม่มีแอลกอฮอล์ แต่ของที่นี่เป็นแก้วใสทรงสูง ราคา1,860 เยนเหมือนกัน

 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับข้อมูลและรายละเอียดของอีเวนท์พิเศษ Pixar Playtime ที่ผมเอามาฝากกัน หวังว่าจะเป็นข้อมูลที่ละเอียดเพียงพอสำหรับการวางแผนของคนที่กะว่าจะไปเที่ยวได้นะครับ ส่วนใครที่ไม่ได้ไปช่วงนี้ก็หากระดาษทิชชูมาซับน้ำลายหรือนั่งสมาธิฝึกยับยั้งใจไว้ก่อน
อ้อ…หากปีนี้พลาดจริงๆ ในช่วงต้นปี 2019 ทางปาร์กก็ยังมีอีเวนท์นี้อีกครั้งนะ ถ้าปีนี้ไปไม่ทัน ไปปีหน้าก็ได้นะจ๊ะเธอ !!!!! ^_^

 

Credit Picture of event and merchandises from Tokyo Disney Resort

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *